สมาคมคนตาบอดนครราชสีมา

Nakhonratchasima Association of the Blind.

การจ้างงานคนพิการ: ความรู้เกี่ยวกับมาตรา 33, 34 และ 35

ภาพนี้แสดงให้เห็นถึงบรรยากาศในสำนักงานที่มีผู้คนหลายคนกำลังทำงานและแสดงความยินดีหรือปรบมือกันอย่างมีความสุข ภายในสำนักงานมีโต๊ะทำงานหลายตัวพร้อมคอมพิวเตอร์และต้นไม้ประดับ มีคนสองคนที่นั่งอยู่บนรถเข็นและกำลังยิ้มแย้มแจ่มใส คนอื่นๆ ในภาพสวมชุดทำงานแบบเป็นทางการ เช่น สูทและเนคไท บรรยากาศในภาพดูสดใสและมีแสงแดดส่องเข้ามาจากหน้าต่างที่มีขนาดใหญ่ ทำให้เห็นวิวของตึกสูงภายนอกสำนักงานด้วย

การจ้างงานคนพิการเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างสังคมที่เท่าเทียม พระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2556 ได้กำหนดหลักเกณฑ์เพื่อให้คนพิการมีโอกาสเข้าถึงงานอย่างเหมาะสม และเพื่อสนับสนุนนายจ้างในการร่วมมือสร้างสังคมที่ทุกคนมีส่วนร่วม

มาตรา 33: การจ้างงานคนพิการ

มาตรา 33 ระบุให้นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการทั้งหน่วยงานของรัฐและเอกชน ต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงแรงงานดังนี้
– ข้อกำหนดการจ้างงาน
นายจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 100 คนขึ้นไป ต้องจ้างคนพิการที่สามารถทำงานได้
– สัดส่วน: ลูกจ้างที่ไม่ใช่คนพิการ 100 คน ต่อคนพิการ 1 คน
– เศษของ 100: หากมีลูกจ้างเกิน 50 คน ต้องจ้างคนพิการเพิ่มอีก 1 คน
– ตัวอย่าง: หากมีลูกจ้าง 151 คน ต้องจ้างคนพิการ 2 คน

– การนับจำนวนลูกจ้าง
การนับจำนวนลูกจ้างให้นับทุกวันที่ 1 ตุลาคมของทุกปี
หากนายจ้างมีหน่วยงานหรือสำนักงานสาขาในจังหวัดเดียวกัน ต้องนับรวมจำนวนลูกจ้างทั้งหมดในจังหวัดนั้น

มาตรา 34: การส่งเงินเข้ากองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ

หากนายจ้างไม่สามารถจ้างคนพิการตามสัดส่วนที่กำหนดในมาตรา 33 ต้องส่งเงินเข้ากองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ โดยมีรายละเอียดดังนี้:

– การคำนวณเงินสมทบ
คำนวณจาก:
– อัตราค่าแรงขั้นต่ำรายวัน คูณ 365 วัน
– คูณด้วยจำนวนคนพิการที่ไม่ได้รับเข้าทำงาน
– กำหนดชำระภายใน 31 มีนาคม ของทุกปี

– กรณีล่าช้าหรือส่งไม่ครบ
นายจ้างจะต้องเสียดอกเบี้ยในอัตรา 7.5% ต่อปี ของเงินที่ค้างชำระ

มาตรา 35: การส่งเสริมอาชีพในรูปแบบอื่น

สำหรับนายจ้างที่ไม่ต้องการจ้างคนพิการ (มาตรา 33) และไม่ประสงค์จะส่งเงินเข้ากองทุนฯ (มาตรา 34) สามารถเลือกปฏิบัติตามมาตรา 35 ซึ่งเปิดโอกาสให้สนับสนุนคนพิการในรูปแบบอื่น ดังนี้:
1. การให้สัมปทาน เช่น ให้สิทธิเข้าดำเนินกิจการในพื้นที่ขององค์กร
2. การจัดสถานที่จำหน่ายสินค้าหรือบริการ
3. การจัดจ้างเหมาช่วงงานหรือจ้างเหมาบริการ
4. การฝึกงาน เพื่อพัฒนาทักษะและความสามารถของคนพิการ
5. การจัดอุปกรณ์/สิ่งอำนวยความสะดวก เพื่อส่งเสริมการประกอบอาชีพ
6. การจัดให้มีบริการล่ามภาษามือ สำหรับการทำงานหรือการสื่อสาร
7. การให้ความช่วยเหลืออื่นใดแก่คนพิการหรือผู้ดูแลคนพิการ

บทสรุป

การจ้างงานคนพิการไม่ใช่เพียงการปฏิบัติตามกฎหมาย แต่เป็นการส่งเสริมโอกาสและศักยภาพของคนพิการในสังคม มาตรา 33, 34 และ 35 จึงถูกออกแบบมาเพื่อให้นายจ้างมีตัวเลือกที่เหมาะสมกับองค์กร และช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนพิการอย่างยั่งยืน

“ทุกการสนับสนุนคือการสร้างความเท่าเทียมและความแข็งแกร่งให้สังคมไทย”

ร่วมสนับสนุนงบประมาณในการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนตาบอดในจังหวัดนครราชสีมาได้ที่
บัญชีธนาคารกรุงไทยชื่อบัญชีกองทุนช่วยเหลือและเสริมพลังคนตาบอดนครราชสีมา
เลขที่บัญชี 661-5-48005-0
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 044-353452 หรือ 081-6162399

2 thoughts on “การจ้างงานคนพิการ: ความรู้เกี่ยวกับมาตรา 33, 34 และ 35”

  1. นางสาวสุพรรณี โสรส

    ถ้าหน่วยงานราชการ อย่างเช่น อบต. หนึ่ง มีข้าราชการ ลุกจ้างประจำ พนักงานจ้าง 65 คน และมีจ้างเหมาบริการคนงานทั่วไปอีก 36 คน จำนวนจะนับจ้างเหมาบริการคนงานทั่วไปเข้าไปด้วยไหมคะ

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Skip to content